vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ 2569 ทำยังไง? อัปเดตล่าสุด ใช้เอกสารอะไรบ้าง

schedule
share

รถยนต์เป็นทรัพย์สินที่มีค่า แต่การเป็นเจ้าของรถก็มาพร้อมกับหน้าที่สำคัญ นั่นคือ “การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี” (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่าต่อป้ายวงกลม) ซึ่งหากปล่อยให้ขาดต่อภาษี นอกจากจะมีโทษปรับแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงพ.ร.บ. รถยนต์และประกันภัยรถยนต์อีกด้วย

ในปัจจุบันการต่อภาษีรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป บทความนี้จะพาทุกคนไปดูวิธีต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ อัปเดตล่าสุดปี 2569 พร้อมตารางคำนวณภาษี และเช็คลิสต์เอกสารที่ต้องใช้แบบม้วนเดียวจบ!

สรุปไฮไลท์สำคัญ (Key Takeaways):

  • รถเกิน 7 ปี ต่อออนไลน์ได้แล้ว: เพียงนำรถไปตรวจสภาพที่ ตรอ. ระบบจะลิงก์ข้อมูลให้อัตโนมัติ แล้วเข้าไปกดต่อภาษีออนไลน์ได้เลย
  • ล็อกอินแบบใหม่: กรมการขนส่งทางบกเปลี่ยนระบบแล้ว! ต้องเข้าสู่ระบบผ่านแอป ThaiID หรือ DGA Digital ID เท่านั้น
  • รอรับป้ายที่บ้าน: ต่อออนไลน์เสร็จ ป้ายภาษีจะส่งตรงถึงบ้านทางไปรษณีย์ภายใน 5-10 วันทำการ

ภาษีรถยนต์คืออะไร ต้องเสียทุกปีไหม?

ภาษีรถยนต์คืออะไร

ก่อนต่อภาษีรถยนต์เราต้องรู้ก่อนว่าภาษีรถยนต์คืออะไร? โดยภาษีดังกล่าวคือ ค่าใช้จ่ายที่คนมีรถทุกคนต้องชำระเป็นประจำทุกปี ซึ่งเงินที่ได้จากการเก็บภาษีรถยนต์นั้นจะนำไปใช้ในการดูแลรักษาและพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของประเทศให้เราใช้นั่นเอง เช่น การสร้างถนน การซ่อมแซมสะพาน หรือการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร เป็นต้น หากต่อภาษีรถยนต์เรียบร้อยแล้วจะได้ป้ายภาษีรถยนต์เพื่อนำเอามาติดกระจกหน้ารถ การเสียภาษีรถยนต์เป็นหน้าที่ที่เจ้าของรถทุกคน หากไม่ปฏิบัติจะมีโทษปรับตามกฎหมาย

และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การทำประกันรถยนต์ที่จะช่วยเพิ่มความคุ้มครองความเสี่ยงจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ทำให้รถยนต์เสียหาย รวมไปถึงคุ้มครองบุคคลภายนอกและทรัพย์สินของบุคคลภายนอกอีกด้วย ดังนั้น เราจึงควรหมั่นตรวจสอบวันหมดอายุของภาษี ประกัน และต่อให้ทันเวลาเพื่อปฏิบัติตามข้อกฎหมายและเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ใช้รถบนถนน!

ข้อควรรู้ในการต่อภาษีรถยนต์

การต่อภาษีรถยนต์เป็นหน้าที่ที่เจ้าของรถทุกคนต้องดำเนินการเป็นประจำทุกปี เพื่อให้รถมีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถใช้งานบนท้องถนนได้อย่างถูกต้อง หากละเลยหรือดำเนินการล่าช้า อาจส่งผลให้มีค่าปรับหรือปัญหาทางกฎหมายตามมา

  • ต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้ากี่วัน เจ้าของรถสามารถต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้าได้ ไม่เกิน 3 เดือน หรือ 90 วัน ก่อนวันหมดอายุของภาษีเดิม การต่อภาษีล่วงหน้าช่วยให้สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงในการลืมต่อภาษี และไม่ต้องเร่งรีบในช่วงใกล้วันหมดอายุ
  • กรณีต่อภาษีช้าเกินกำหนด หากต่อภาษีรถยนต์หลังวันหมดอายุ แม้เพียง 1 วัน จะถือว่าเป็นการขาดต่อภาษี และต้องชำระค่าปรับในอัตรา ร้อยละ 1 ของค่าภาษีต่อเดือน โดยคิดเป็นรายเดือน ยิ่งชำระล่าช้านานเท่าใด ค่าปรับก็จะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา
  • กรณีค้างชำระภาษีนานเกิน 3 ปีขึ้นไป หากค้างชำระภาษีรถยนต์ติดต่อกัน เกิน 3 ปี รถจะถูก ระงับการใช้ทะเบียน และเจ้าของรถต้องนำแผ่นป้ายทะเบียนส่งคืนให้กรมการขนส่งทางบกภายใน 30 วัน นับจากวันที่ถูกระงับทะเบียน หากไม่ดำเนินการภายในกำหนด จะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และต้องดำเนินการจดทะเบียนรถใหม่ พร้อมชำระภาษีย้อนหลังตามจำนวนปีที่ค้างชำระ

ต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง คนมีรถต้องรู้

คนมีรถมือใหม่อาจกังวลเกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี แต่ความจริงแล้วขั้นตอนและการดำเนินการต่อภาษีไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน! ก็สามารถดำเนินการได้แล้ว โดยการต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง เจ้าของรถมือใหม่ตามมาดูกันเลย

1. คู่มือการจดทะเบียนรถ เอกสารสำคัญอันดับแรกที่ต้องใช้ในการต่อภาษีรถยนต์ คือ คู่มือการจดทะเบียนรถ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า เล่มทะเบียนรถ ซึ่งออกโดยกรมการขนส่งทางบก เอกสารฉบับนี้ใช้เป็นหลักฐานยืนยันการจดทะเบียนรถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายในเล่มจะระบุข้อมูลสำคัญของรถ เช่น ชื่อเจ้าของรถ หมายเลขทะเบียน รุ่นรถ ปีที่ผลิต และรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อยืนยันว่าการชำระภาษีเป็นของรถคันใด

2. เอกสาร พ.ร.บ.รถยนต์ ที่ยังไม่หมดอายุ อีกหนึ่งเอกสารที่ขาดไม่ได้ในการต่อภาษีรถยนต์ คือ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังมีผลบังคับใช้ เพื่อคุ้มครองผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยคุณสามารถเช็คเบี้ยพ.ร.บ. รถยนต์และซื้อออนไลน์รับกรมธรรม์ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานต่อภาษีได้เลย

3. ใบตรวจสภาพรถจาก ตรอ. สำหรับรถที่ถึงเกณฑ์ต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษี (รถยนต์เกิน 7 ปี / รถจักรยานยนต์เกิน 5 ปี) เจ้าของรถต้องเตรียม ใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก

4. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปต่อภาษีแทน (เพิ่มใหม่)

  • หนังสือมอบอำนาจ (พร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท)
  • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ (เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ

5. กรณีรถของนิติบุคคล (รถบริษัท) (เพิ่มใหม่)

  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (อายุไม่เกิน 6 เดือน)
  • สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้พนักงานไปดำเนินการแทน)

วิธีเช็คสถานะภาษีรถยนต์ออนไลน์ ทำได้ฟรี

ก่อนเริ่มต่อภาษี หากไม่แน่ใจว่ารถตัวเองภาษีขาดหรือยัง? มีค่าปรับไหม? สามารถเช็คฟรีได้ง่ายๆ ตามนี้ครับ:

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก: eservice.dlt.go.th
  2. เลือกเมนู “ตรวจสอบผลการชำระภาษี / แจ้งช่องทางชำระเงิน”
  3. กรอกข้อมูล: ประเภทรถ, จังหวัดที่จดทะเบียน และ เลขทะเบียนรถ
  4. ระบบจะแสดงสถานะว่าภาษีของคุณหมดอายุวันที่เท่าไหร่ และสามารถต่อล่วงหน้าได้หรือไม่

ต่อภาษีรถยนต์ได้ที่ไหนบ้าง? เลือกที่สะดวกที่สุด

การต่อภาษีรถยนต์ในปัจจุบันมีหลากหลายช่องทางให้เลือกใช้บริการมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้รถยนต์สามารถเลือกช่องทางที่สะดวกและเหมาะสมกับตนเองได้มากที่สุด เพียงแค่เรารู้ว่าต่อทะเบียนรถใช้อะไรบ้าง ก็สามารถดำเนินการได้อย่างง่ายดาย โดยจุดที่เราสามารถใช้บริการต่อภาษีได้ ประกอบไปด้วย

  1. สำนักงานขนส่งทั่วประเทศไทย เราสามารถต่อภาษีกับสำนักงานขนส่งทั่วประเทศไทยได้ตามความสะดวก ใช้บริการข้ามจังหวัดได้ เป็นวิธีการดั้งเดิมและช่องทางหลัก โดยนำเอาเอกสารที่เกี่ยวข้องยื่นขอต่อภาษีได้เลย 
  2. จุดบริการเลื่อนล้อต่อภาษี หรือ Drive Thru for Tax เป็นอีกหนึ่งจุดให้บริการที่สะดวกและรวดเร็ว เพียงเตรียมเอกสารให้พร้อม จากนั้นยื่นเอกสารและจ่ายภาษีได้เลยโดยที่ไม่ต้องลงจากรถ ค่อนข้างสะดวกสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ต้องตรวจสภาพ ไม่ต้องประสานงานหลายขั้นตอน 
  3. ตู้รับชำระภาษีประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk) เป็นจุดบริการตนเองที่เราสามารถชำระภาษีด้วยการตัดผ่านบัญชีได้เลย และยังสามารถพิมพ์ป้ายต่อภาษีจากตู้ได้อีกด้วย หรือใครอยากให้จัดส่งป้ายผ่านทางไปรษณีย์ก็ได้เช่นกัน ใช้เวลาในการจัดส่งไม่เกิน 3 วัน มีค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง 32 บาท 
  4. ที่ทำการไปรษณีย์ หากรถของเราเป็นรถยนต์ที่ผ่อนหมดแล้ว สามารถต่อภาษีกับที่ทำการไปรษณีย์ได้ โดยมีค่าธรรมเนียม 40 บาท เมื่อชำระภาษีแล้วจะได้รับใบเสร็จทันที และป้ายภาษีจะถูกจัดส่งตามที่อยู่ที่เราระบุไว้ 
  5. จุดบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส สามารถนำเอาเอกสารไปยื่นต่อภาษีรถยนต์ได้ โดยมีค่าบริการ 20 บาท และค่าใช้จ่ายในการจัดส่งป้ายภาษี 40 บาท หลังจากนั้นกรมการขนส่งทางบกจะส่งใบเสร็จและป้ายผ่านทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่เราระบุไว้ภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการชำระเงิน เฉพาะรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 7 ปีเท่านั้น 
  6. ห้างสรรพสินค้าภายใต้โครงการช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี หลายห้างสรรพสินค้าได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้บริการต่อภาษีภายใต้โครงการ “ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี” ซึ่ง สามารถต่อทะเบียนรถยนต์ในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ อย่างเช่น ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล หรือศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เป็นต้น 
  7. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ต้องเป็นรถยนต์ที่ไม่มีการค้างชำระภาษีหรือค้างชำระภาษีเป็นเวลาไม่เกิน 1 ปี ทุกคนสามารถยื่นขอเสียภาษีได้ล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือน กรณีรถมีภาษีค้างชำระสามารถยื่นเสียภาษีได้ทันที

ขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน

ข้อควรรู้: ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกยกเลิกการใช้ Username/Password แบบเก่าแล้ว ผู้ใช้ต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบของรัฐเท่านั้น

  1. เข้าไปที่ eservice.dlt.go.th
  2. เลือกเข้าสู่ระบบผ่านแอปพลิเคชัน ThaiID (สแกน QR Code ผ่านแอปในมือถือ) หรือ DGA Digital ID
ต่อทะเบียนรถยนต์ออนไลน์
เอกสารต่อภาษีรถยนต์

3. เลือก “ชำระภาษีรถประจำปี”

4. เลือก “ชำระภาษีรถประจำปี” แล้ว จากนั้นเลือก “ชำระภาษีรถประจำปีผ่านอินเตอร์เน็ต”

 ต่อทะเบียนรถออนไลน์

5. เลือก “ประเภทรถ” เพื่อลงทะเบียนข้อมูลรถ

ต่อพรบรถยนต์

 ต่อทะเบียนรถ

ต่อทะเบียนรถยนต์

 ต่อพรบออนไลน์

6. กรอกข้อมูล “สถานที่จัดส่งเอกสาร” ให้ครบถ้วน

 ต่อภาษีรถยนต์ใช้อะไรบ้าง

ป้ายภาษีรถยนต์

7. กรอกข้อมูล และเลือก “วิธีการชำระเงิน” ที่สะดวก

  • QR Code (Mobile Banking): ไม่มีค่าธรรมเนียม (แนะนำ)
  • บัตรเครดิต/เดบิต: มีค่าธรรมเนียมประมาณ 2%

เมื่อชำระเสร็จสิ้น สามารถพิมพ์ใบเสร็จเก็บไว้เป็นหลักฐานชั่วคราวได้ และรอรับป้ายภาษีที่บ้านภายใน 5-10 วันทำการ (มีค่าจัดส่งไปรษณีย์ 32 บาท)

ต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง
ต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง
ภาษีรถ

ต่อทะเบียนรถยนต์ออนไลน์

8. ทำรายการสำเร็จ

เอกสารต่อภาษีรถยนต์

ตารางคำนวณอัตราภาษีรถยนต์ ปี 2569 (รถฉันต้องจ่ายเท่าไหร่?)

อัตราค่าภาษีรถยนต์จะแตกต่างกันไปตาม “ประเภทของป้ายทะเบียน” โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

1. รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง (ป้ายขาว ตัวหนังสือดำ)

กลุ่มนี้ได้แก่ รถเก๋ง และ รถกระบะ 4 ประตู จะคิดอัตราภาษีตาม “ความจุกระบอกสูบ” (ซีซี) ดังนี้:

ขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี)อัตราภาษีที่ต้องจ่ายตัวอย่างการคำนวณ
600 ซีซีแรก0.50 บาท / ซีซี600 x 0.50 = 300 บาท
601 – 1,800 ซีซี1.50 บาท / ซีซี(1,200 x 1.50) + 300 = 2,100 บาท
1,801 ซีซี ขึ้นไป4.00 บาท / ซีซีส่วนที่เกิน 1,800 ซีซี นำมาคูณ 4

2. รถกระบะ / รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (ป้ายขาว ตัวหนังสือเขียว)

กลุ่มนี้ได้แก่ รถกระบะตอนเดียว และ กระบะแค็บ จะคิดอัตราภาษีตาม “น้ำหนักรถ” ไม่ได้คิดตามซีซี (ส่วนใหญ่จะตกอยู่ที่ไม่เกิน 1,050 บาท) ดังนี้:

น้ำหนักรถ (กิโลกรัม)อัตราภาษีที่ต้องจ่าย (บาท/ปี)
501 – 750 กก.450 บาท
751 – 1,000 กก.600 บาท
1,001 – 1,250 กก.750 บาท
1,251 – 1,500 กก.900 บาท
1,501 – 1,750 กก.1,050 บาท
1,751 – 2,000 กก.1,350 บาท

3. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง (ป้ายขาว ตัวหนังสือสีน้ำเงิน)

กลุ่มนี้ได้แก่ รถตู้ และ รถครอบครัวขนาดใหญ่ จะคิดอัตราภาษีตาม “น้ำหนักรถ” เช่นเดียวกัน ดังนี้:

น้ำหนักรถ (กิโลกรัม)อัตราภาษีที่ต้องจ่าย (บาท/ปี)
ไม่เกิน 1,800 กก.1,300 บาท
1,801 – 2,500 กก.1,600 บาท
2,501 กก. ขึ้นไป1,900 บาท

🔥 ส่วนลดพิเศษ! สำหรับรถเก่า (อายุเกิน 5 ปี)

กรมการขนส่งฯ มีส่วนลดค่าภาษีให้สำหรับรถที่จดทะเบียนมาแล้วหลายปี ยิ่งเก่ามาก ยิ่งลดเยอะ! (ใช้ได้กับรถทุกประเภทด้านบน)

  • รถอายุ 6 ปี : รับส่วนลด 10%
  • รถอายุ 7 ปี : รับส่วนลด 20%
  • รถอายุ 8 ปี : รับส่วนลด 30%
  • รถอายุ 9 ปี : รับส่วนลด 40%
  • รถอายุ 10 ปีขึ้นไป : รับส่วนลดสูงสุด 50%

(หมายเหตุ: อัตรานี้ยังไม่รวมค่า พ.ร.บ. ซึ่งเป็นภาคบังคับที่ต้องซื้อแยกต่างหาก เช่น รถเก๋ง 600 บาท, รถกระบะ 900 บาท และ รถตู้ 1,180 บาท)

ค่า พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

เป็นค่าใช้จ่ายภาคบังคับที่ต้องชำระทุกปี โดยอัตราแตกต่างตามประเภทรถ ดังนี้

  • รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง : 600 บาท
  • รถยนต์นั่งเกิน 7 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 15 ที่นั่ง : 1,100 บาท
  • รถยนต์นั่งเกิน 15 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 20 ที่นั่ง : 2,050 บาท
  • รถยนต์นั่งเกิน 20 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 40 ที่นั่ง : 3,200 บาท
  • รถยนต์นั่งเกิน 40 ที่นั่ง : 3,740 บาท
  • รถยนต์บรรทุก น้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน (รถกระบะ) : 900 บาท
  • รถยนต์บรรทุก น้ำหนักเกิน 3 ตัน แต่ไม่เกิน 6 ตัน : 1,220 บาท
  • รถยนต์บรรทุก น้ำหนักเกิน 6 ตัน แต่ไม่เกิน 12 ตัน : 1,310 บาท

อยากรู้ว่ารถของคุณต้องจ่ายเท่าไหร่? insurverse มีพ.ร.บ. ที่ราคาดีกว่าท้องตลาดให้เลือกซื้อ สนใจคลิกเพื่อเช็คเบี้ย พ.ร.บ. รถยนต์ ทุกรุ่น พร้อมเปรียบเทียบราคา

ต่อภาษีรถยนต์ได้ที่ไหนบ้าง? เลือกที่สะดวกที่สุด

การต่อภาษีรถยนต์ในปัจจุบันมีหลากหลายช่องทางให้เลือกใช้บริการมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้รถยนต์สามารถเลือกช่องทางที่สะดวกและเหมาะสมกับตนเองได้มากที่สุด โดยจุดที่เราสามารถใช้บริการต่อภาษีได้ ประกอบไปด้วย

  1. สำนักงานขนส่งทั่วประเทศไทย เราสามารถต่อภาษีกับสำนักงานขนส่งทั่วประเทศไทยได้ตามความสะดวก ใช้บริการข้ามจังหวัดได้ เป็นวิธีการดั้งเดิมและช่องทางหลัก โดยนำเอาเอกสารที่เกี่ยวข้องยื่นขอต่อภาษีได้เลย
  2. จุดบริการเลื่อนล้อต่อภาษี หรือ Drive Thru for Tax เป็นอีกหนึ่งจุดให้บริการที่สะดวกและรวดเร็ว เพียงเตรียมเอกสารให้พร้อม จากนั้นยื่นเอกสารและจ่ายภาษีได้เลยโดยที่ไม่ต้องลงจากรถ ค่อนข้างสะดวกสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ต้องตรวจสภาพ ไม่ต้องประสานงานหลายขั้นตอน
  3. ตู้รับชำระภาษีประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk) เป็นจุดบริการตนเองที่เราสามารถชำระภาษีด้วยการตัดผ่านบัญชีได้เลย และยังสามารถพิมพ์ป้ายต่อภาษีจากตู้ได้อีกด้วย หรือใครอยากให้จัดส่งป้ายผ่านทางไปรษณีย์ก็ได้เช่นกัน ใช้เวลาในการจัดส่งไม่เกิน 3 วัน มีค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง 32 บาท
  4. ที่ทำการไปรษณีย์ หากรถของเราเป็นรถยนต์ที่ผ่อนหมดแล้ว สามารถต่อภาษีกับที่ทำการไปรษณีย์ได้ โดยมีค่าธรรมเนียม 40 บาท เมื่อชำระภาษีแล้วจะได้รับใบเสร็จทันที และป้ายภาษีจะถูกจัดส่งตามที่อยู่ที่เราระบุไว้
  5. จุดบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส สามารถนำเอาเอกสารไปยื่นต่อภาษีรถยนต์ได้ โดยมีค่าบริการ 20 บาท และค่าใช้จ่ายในการจัดส่งป้ายภาษี 40 บาท หลังจากนั้นกรมการขนส่งทางบกจะส่งใบเสร็จและป้ายผ่านทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่เราระบุไว้ภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการชำระเงิน เฉพาะรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 7 ปีเท่านั้น
  6. ห้างสรรพสินค้าภายใต้โครงการช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี หลายห้างสรรพสินค้าได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้บริการต่อภาษีภายใต้โครงการ “ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี” ซึ่ง สามารถต่อทะเบียนรถยนต์ในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ อย่างเช่น ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล หรือศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เป็นต้น
  7. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ต้องเป็นรถยนต์ที่ไม่มีการค้างชำระภาษีหรือค้างชำระภาษีเป็นเวลาไม่เกิน 1 ปี ทุกคนสามารถยื่นขอเสียภาษีได้ล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือน กรณีรถมีภาษีค้างชำระสามารถยื่นเสียภาษีได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์

รถเกิน 7 ปี ต่อภาษีออนไลน์ได้ไหม?

ได้ครับ! แต่คุณต้องนำรถไปตรวจสภาพที่ ตรอ. ให้ผ่านเรียบร้อยก่อน เมื่อ ตรอ. อัปเดตข้อมูลเข้าระบบขนส่งแล้ว คุณก็สามารถล็อกอินเข้าไปชำระภาษีออนไลน์ผ่าน e-Service ได้ตามปกติ

พ.ร.บ. หมดอายุ ต่อภาษีได้ไหม?

ไม่ได้เด็ดขาดครับ กฎหมายบังคับว่าต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังคุ้มครองอยู่ (และต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 90 วัน) ถึงจะต่อภาษีได้ แนะนำให้ต่อ พ.ร.บ. ให้เรียบร้อยก่อน หรือสามารถซื้อผ่านหน้าเว็บขนส่งตอนกดต่อภาษีออนไลน์ได้เลย

ต่อภาษีออนไลน์ไปแล้ว ตำรวจเรียกตรวจระหว่างรอป้าย จะโดนจับไหม?

ไม่โดนจับครับ ระหว่างรอป้ายภาษีส่งมาที่บ้านทางไปรษณีย์ หากถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ สามารถโชว์ “ใบเสร็จรับเงินชั่วคราว” ที่เราพิมพ์หรือแคปหน้าจอไว้จากระบบ e-Service เพื่อยืนยันว่าเราได้ชำระภาษีเรียบร้อยแล้วให้เจ้าหน้าที่ดูได้ครับ

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)